เครื่องกรองน้ำกิฟฟารีน อัลคาไลน์ Water Purifier-TH
น้ำดื่ม... อันตรายใกล้ตัว
          วันหมดอายุของน้ำดื่ม ที่พิมพ์แปะไว้ข้างขวดน้ำดื่ม ที่เราใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน หลากหลายยี่ห้อนั้น สำคัญไฉน? บางคนบอกว่ามีด้วยหรือ? ไม่เคยสังเกตุ ทำไมต้องมี? น้ำดื่มมีวันหมดอายุด้วยหรือ? บ้างบอกว่าขวดใสๆ ไม่มีสิ่งปนลงไปได้หรอก ฝาก็ปิดสนิท อะไรจะเข้าไปได้? หากเข้าไปเราก็ต้องสามารถมองเห็นได้ 
          มีหลายเหตุผลครับ สำหรับวันหมดอายุที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่ม
          เหตุผลแรก สินค้าทุกอย่าง ต้องมีวันหมดอายุไม่ว่าจะเป็น ขนม ถั่ว หรือสินค้าที่เน่าเปื่อยได้ อื่นๆ
          อีกเหตุผลหนึ่งคือ รสชาติของมัน ตราบใดที่น้ำดื่มไม่ได้ถูกเปิด มันจะปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่จะดื่ม แต่รสชาติสามารถเปลี่ยนได้เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ขวดพลาสติกสามารถทำให้รสชาติแย่ลงได้ถ้ามีการเก็บที่ไม่ดี แสงแดดก็เช่นกันสามารถทำให้พลาสติกเสื่อมคุณภาพ และปะปนลงไปในน้ำดื่มได้ แก๊สหลายชนิดสามารถผ่านพลาสติกเข้าไปได้ ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติของน้ำที่อยู่ในขวด ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงควรเก็บขวดพลาสติกในสถานที่มืด แห้งและไม่ควรให้อยู่ใกล้กับสารเคมีภายในบ้านเช่น ทินเนอร์ (thinner) น้ำมัน และสารทำความสะอาดชนิดแห้ง
          มีคำแนะนำ เมื่อเปิดขวดน้ำดื่มแล้ว ควรใช้ควรภายใน 2 อาทิตย์ เพราะว่า สาหร่ายหรือแบคทีเรียจะเจริญเติบโต และมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้
          ดังนั้น น้ำในขวดที่ยังไม่เปิด จะไม่เสีย แต่รสชาติของน้ำจะเปลี่ยนไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเราต้องสังเกตุดูวันหมด อายุนั่นเอง
          สรุป การมีวันหมดอายุที่ข้างขวดน้ำดื่มเป็นเรื่องของ พรบ.อาหารและยา (อย.) และรสชาติที่ดีครับ        
          ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องขวดน้ำดื่มแล้ว ขอเล่าต่อเรื่องที่เคยเป็นข่าวผ่านทีวีเกี่ยวกับเรื่องขวดน้ำพลาสติก ที่เรามักใช้กันอยู่ในชีวิตประวันกันต่ออีกสักหน่อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่ชอบใช้ความสะดวก หาซื้อได้ไม่ยาก ตามห้างสรรพสินค้า ร้านเซเว่น รวมไปถึงที่มีแจกตามปั้มน้ำมันที่เมื่อเรา เติมน้ำมันครบ 800 บาทแถมน้ำฟรี 1 ขวด ทำนองนี้เป็นต้น คุณเคยคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมาตอนต้นกันบ้างหรือไม่
          ข่าวเขาว่ามีคนเสียชีวิต เพราะการนำขวดพลาสติกดังกล่าวไปบรรจุน้ำดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้สารพิษชนิดหนึ่งสามารถละลายออกมาปะปนกับน้ำดื่ม เนื่องจากขวดประเภทนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียว อายุใช้งานสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ควรเสียดายนำมาบรรจุน้ำดื่มอีก รวมทั้งน้ำที่อยู่กับขวดหากแม้ว่าเปิดกินไม่หมดแล้วเก็บไว้ในรถยนต์  ซึ่งรถดังกล่าวอาจจอดในที่มีอากาศร้อนจัด ๆ ความร้อนก็มีผลกับสารพิษที่มากับขวดได้ ดังนั้น เมื่อให้หมดภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะหากเก็บขวดนั้นไว้ที่ร้อน ๆ
          จะว่าไปแค่น้ำดื่มที่บรรจุในขวด ยังมีปัญหาขนาดนี้ แล้วที่ท่านไปทานข้าวตาม ร้านข้าวแกง แล้วดื่มน้ำเปล่าที่ทางร้านค้า จัดให้ใส่ในเหยือกพลาสติก แก้วใส่น้ำแข็งเปล่าที่วางในถังที่ใช้แช่สารพัด เพื่อเพิ่มความเย็น ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งปนเปื้อนจากสิ่งประกอบรอบข้างอีกไม่รู้เท่าไร
          ยังไงเสียก็อย่าลืม เรื่องวันหมดอายุของน้ำดื่ม และสถานที่เก็บน้ำดื่มในที่ที่ควรด้วยก็แล้วกันครับ เดี๋ยวจะหาว่ารู้แล้ว ทำไมไม่บอก มีจริงๆนะ วันหมดอายุของน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก และแม้ยังไม่หมดอายุ ก็ต้องเก็บไว้ในที่ที่สมควรด้วย เปิดแล้วดื่มไม่หมด เก็บไว้ดื่มต่อวันหน้าก็ไม่ค่อยจะดี หากยังขืนเสียดายขวด นำไปบรรจุซ้ำแล้ว ซ้ำอีกยิ่งไปกันใหญ่

ต้นเหตุสำคัญของการเกิดอนุมูลอิสระแทรกซึมในร่างกาย

สิ่งปนเปื้อนในน้ำดื่ม (Water Pollution)
     เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดอนุมูลอิสระแทรกซึมในร่างกาย เข้าทำลายภูมิต้านทาน ทำให้เราอ่อนแอ แก่ก่อนวัย เมื่อภูมิต้านทานพ่ายแพ้ ก็เกิดความเจ็บป่วย รวมถึงเกิดเป็นมะเร็งได้
     น้ำดื่มมีความสัมพันธ์กับความเจ็บป่วย และความชรา ร่างกายจะต่อสู้กับความเจ็บป่วย และชะลอความชราได้ ก็ต้องอาศัยน้ำดื่มสะอาดที่มีคุณภาพ
     ปัญหาสารเคมีปนเปื้อน โดยเฉพาะสารเคมีเพื่อการเกษตร เช่น ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ย รวมทั้งมูลสัตว์ต่างๆ สารเคมีเหล่านี้แทรกซึมเข้ามาในน้ำดิบ และยังสามารถผ่านระบบทำประปาออกมาเป็นน้ำประปาได้อีก
     ถ้าเราดื่มน้ำประปาโดยไม่ได้กรอง สิ่งปนเปื้อนต่างๆ ที่ได้ผ่านเข้ามาในน้ำประปา ย่อมเป็นอันตรายต่อเราอย่างแน่นอน
น้ำที่มีสารเคมี และโลหะหนักปนเปื้อน แม้จะนำน้ำมาต้มจนเดือดแล้ว ก็กำจัดสารเคมี และโลหะหนักออกไปไม่ได้ แต่กลับจะทำให้ความเข้มข้น และอันตรายของสารเคมีสูงขึ้นไปอีก ผู้ดื่มน้ำมีสารเคมีปนเปื้อนอาจรู้สึกเพียงปวดศรีษะ เป็นผื่นโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีใครที่จะนึกถึงว่าเหตุเกิดจากน้ำดื่ม อันตรายยิ่งขึ้นก็คือโอกาสเกิดโรคมะเร็งสูง คลอดลูกออกมาพิการ ร่างกายเจริญเติบโตผิดปกติ เป็นหมันได้
     โลหะหนัก ที่พบในน้ำดื่ม และเป็นปัญหาสาธารณสุข คือ แคดเมียม ตะกั่ว และปรอท
พิษของโลหะหนักโดยทั่วไป คือ ทำลายภูมิต้านทานมนุษย์ ทำลายเซลล์ที่มันเข้าไปสะสม ทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ จะเกิดการปรับตัวอยู่รอดย้อนกลับเข้าไปอยู่ที่อวัยวะซึ่งมีโลหะหนักสะสมอยู่อย่างมากนั้นได้อย่างเดิมอีกครั้ง
     น้ำดื่มที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ คือน้ำประปาจากก๊อกน้ำโดยตรง มีอันตรายต่อสุขภาพ เพราะมักมีการปนเปื้อนสารเคมีที่ซึ่งใช้ในการทำน้ำประปา

ต้นเหตุสำคัญของการเกิดอนุมูลอิสระแทรกซึมในร่างกาย

น้ำดื่ม 6 ชนิดในชีวิตประจำวันที่ควรระวัง
         สำหรับเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่ทางเรา...เครื่องกรองน้ำกิฟฟารีน Water Purifier-TH นำมาฝากเพื่อนๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำดื่ม ที่เรามักจะดื่มเป็นประจำทุกๆ วันนั่นเอง
สิ่งที่สำคัญที่สุดในร่างกายของเรา และมีมากที่สุดเช่นกัน ก็คือน้ำนั่นเองครับ น้ำมีประโยชน์มากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นการนำสารอาหารต่างๆ ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะในร่างกาย และยังทำให้สดชื่นอีกด้วย และถ้าร่างกายขาดน้ำล่ะก็ ปัญหาตามมาแน่นอนครับ
          แต่ถึงแม้ว่าน้ำจะมีความสำคัญแก่ร่างกายเป็นอย่างมาก แต่ก็ใช่ว่าน้ำทุกชนิดจะเป็นประโยชน์แก่ตัวสุขภาพเพราะยังมีน้ำอีกหลากหลายประเภทที่อาจทำร้ายร่างกายแทนได้
         1. น้ำอ่อน คือน้ำที่ไม่มีแร่ธาตุ ซึ่งมีการศึกษาว่า อาจมีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง โดยถ้าคุณลองเติมน้ำบริสุทธิ์ และไม่มีเกลือแร่ลงในบ่อปลาก็จะเห็นศพปลาลอยตายเต็มบ่อ ซึ่งไม่ต่างกับสภาพของคนที่ดื่มน้ำอ่อนเป็นประจำ เพราะน้ำอ่อนจะทำให้ร่างกายต้องปรับตัวและดึงแร่ธาตุต่างๆ ในตัวออกมาใช้อย่างไม่มีการหยุดพัก ซึ่งนั่นจะนำพาโรคร้ายต่างๆ ตามมาได้ง่ายนั่นเอง น่ากลัวจริงๆ
         2. น้ำกลั่น คือน้ำที่บริสุทธิ์และไม่มีเกลือแร่ ซึ่งถ้าดื่มเป็นประจำ ร่างกายของเราก็จะไม่ได้รับแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ส่งผลให้ร่างกายต้องดึงแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเกลือแร่อื่นๆ ออกมาใช้ จนทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุดังกล่าว จนก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอันเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะครับ แต่ทั้งนี้เพื่อนๆ ก็ควรดื่มน้ำกลั่นเข้าไปในร่างกายบ้าง เนื่องจากน้ำกลั่นมีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลายสูง ซึ่งสามารถดูดซึมทั้งสารพิษและแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกาย หากนานๆ จึงจะดื่มทีก็จะเป็นการล้างสารพิษในร่างกาย
         3. น้ำดื่มบรรจุขวด หรือน้ำขวดที่เราสามารถซื้อดื่มได้ทั่วไป มีสารปนเปื้อนและไม่ได้มาตรฐานแม้จะดูใส และปลอดภัยกว่าน้ำประปา โดยในประเทศสหรัฐฯ พบว่ามีสิ่งต่างๆ ปนเปื้อนอยู่มากกว่า 2,100 ชนิด และในจำนวนดังกล่าวยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพถึง 190 ชนิด และอีก 97 ชนิด ที่เป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย
สำหรับคลอรีนที่ใส่ในน้ำขวดก็เป็นเพียงการป้องกันผู้บริโภคไม่ให้เชื้อแบคทีเรียทำอันตรายได้ แต่ทั้งนี้คลอรีนก็มีความเกี่ยวพันกับการเกิดมะเร็งโดยตรง ขณะเดียวกัน ร้อยละ 25 ของน้ำดื่มบรรจุขวด ก็เป็นเพียงการนำน้ำประปามาใส่ขวด และปรับปรุงคุณภาพอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นควรหาตรา อย. จากขวดน้ำก่อนเลือกซื้อด้วย
         4. น้ำประปา มีคลอรีนที่สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอยู่ก็จริง แต่ยังสามารถก่อให้เกิดสารพิษ “ไตฮา โลมีเทน” (Trihalomethanes-THM) ซึ่งเกิดจากคลอรีนทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในธรรมชาติที่ละลายอยู่ในน้ำได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิต เลือดจาง และมะเร็ง เป็นต้น
         5. น้ำหวานและน้ำผลไม้สำเร็จรูป จัดเป็นน้ำตาลกับสีผสมน้ำ โดยอาจแต่งกลิ่นธรรมชาติหรือเติมวิตามินและแร่ธาตุให้ปะปนอยู่บ้าง แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ก็อาจก่อให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดีกับร่างกายในระยะยาว เช่น โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และโรคเก๊าท์ เป็นต้น
         6. น้ำอัดลม สำหรับน้ำอัดลมที่หลายคนชอบดื่มกัน เพราะช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวัน มักมาจากน้ำกลั่นหรือน้ำอ่อนที่ไม่มีแร่ธาตุจึงทำให้ร่างกายต้องสูญเสียแร่ธาตุและดึงแร่ธาตุที่จำเป็นออกมาใช้ ซึ่งการสูญเสีแร่ธาตุจากร่างเหล่านี้แหละ จะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ต่อมา เช่น กระดูกพรุน ข้ออักเสบ ความ เสื่อมต่างๆ หรือแก่ก่อนวัย เป็นต้น

          ดังนั้นเราจึงควรหันมาดื่มน้ำอย่างถูกวิธี ถูกชนิดกันดีกว่านะครับ ร่างกายจะได้มีสุขภาพที่ดี และแข็งแรง
สิ่งปนเปื้อนที่มีอยู่ในน้ำ
เครื่องกรองน้ำ เป็นสิ่งที่จำเป็นและควรมีติดไว้ในทุกบ้าน ?
น้ำประปาในปัจจุบันจะสะอาดแค่ไหน ก็ยังมีสิ่งเจือจนอยู่มากมาย และอาจจะมีเพิ่มมากขึ้น
- เชื้อโรคที่มาจากซากพืชซากสัตว์
- สนิม ตะกั่ว หินปูน เศษหินดินทราย และโลหะหนักอื่นๆ
- โลหะหนักที่ปะปนอยู่ในน้ำ
- ฯลฯ
          การกรองน้ำ ก็เพื่อเอาโลหะหนักที่เป็นพิษออกก่อน จากนั้นก็ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคต่างๆ จึงจะทำให้เราได้รับน้ำที่สะอาดที่สุด เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีของเรา

          การต้มน้ำ เราจะเห็นความแตกต่างจากตะกรันก้นหม้ออย่างชัดเจน การต้มน้ำทิ้งไว้ให้เดือดเป็นระยะเวลายาวนานจะส่งผลให้ไอออนของซิลเวอร์ไนเตรทที่มีอยู่ในน้ำเปลี่ยนเป็น ซิลเวอร์ไนไตรท์ ซึ่งเป็นสารที่ให้โทษแก่ร่างกาย

          การกรองเอาสารพวกนี้ออกก่อนการต้มน้ำ จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด
          ถ้าท่านไม่ได้ใช้เครื่องกรองน้ำ...เพื่อกรองสิ่งที่มีพิษออกจากน้ำ ท่านก็ต้องใช้ร่างกายของท่านเองทำหน้าทีเป็นเครื่องกรองน้ำ และเอาสิ่งมีพิษต่างๆที่อยู่ในน้ำมาไว้ในตัวท่าน ไม่ได้มีจุดประสงค์ทำให้ตื่นกลัว แต่ความจริงก็คือความจริง ทั้งนี้ มีเครื่องกรองน้ำดีๆมากมาย ซึ่งท่านคงต้องเลือกด้วยตัวของท่านเองว่า ชนิดใดเหมาะกับความต้องการของท่านมากที่สุด 

          การดื่มน้ำที่ดีมีคุณภาพ และ สะอาด อย่างเพียงพอ จะช่วยให้ระบบในร่างกาย...ได้รับการกระตุ้น และพร้อมที่จะทำงาน ส่งผลให้เกิดประโยชน์มากมายต่อร่างกาย

น้ำดื่มในอุดมคติ จึงควรมีลักษณะดังนี้คือ 
1. เป็นน้ำแร่ (Mineral Water) คือน้ำที่มีเกลือแร่จำเป็นละลายอยู่ 
2. เป็นน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง (Alkaline Water) 
3. เป็นน้ำที่มีโครงสร้างขนาดเล็ก (Micro Cluster หรือ Small Cluster) 
4. เป็นน้ำที่ไม่มีสิ่งปนเปื้อน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น เชื้อจุลินทรีย์ สารเคมี และโลหะหนัก ฯลฯ 
ภัยอันตรายใกล้ตัว!!!
กรมอนามัยเตือน ดื่มน้ำอัดลมเสี่ยงตายเร็วขึ้น
          ทันตแพทย์สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ผลการศึกษาโดยเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ในปี 2557 พบว่า เด็กอายุ 2 – 5 ปี ร้อยละ 64 บริโภคน้ำตาลมากกว่า 8 ช้อนชาต่อวัน
          โดยแหล่งอาหารที่เป็นที่มาสำคัญของการได้รับน้ำตาลมากเกินของเด็กไทย ได้แก่น้ำอัดลมและนมเปรี้ยว และจากข้อมูลการเฝ้าระวังติดตามการเจริญเติบโตในเด็กนักเรียนอายุ 6 – 18 ปี จำนวน 2,546,714 คนทั่วประเทศของกรมอนามัย ปี 2557 พบว่า นักเรียนมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน จำนวน 242,900 คน คิดเป็นร้อยละ 9.5 ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบให้มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย
          นอกจากนี้ ข้อมูลของ Global Agricultural Information Network ปี 2557 พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาล 28.4 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งสูงกว่าคำแนะนำถึง 4.7 เท่า การได้รับปริมาณน้ำตาลมากเกินความจำเป็นจะทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญหรือนำไปใช้ไม่หมด กลายเป็นไขมันสะสมในร่างกาย เป็นอีกหนึ่งสาเหตุให้ร่างกายหลั่งสารอินซูลินออกมามากเกินจำเป็น ในระยะยาวร่างกายจะผลิตอินซูลินได้น้อยลง หรืออินซูลินที่ผลิตออกมาด้อยประสิทธิภาพจนทำให้ร่างกายเกิดโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ ตามมา

ที่มา : Thaiquote
โทษของน้ำอัดลม
ภัยอันตรายใกล้ตัว คนที่รักการดื่มน้ำอัดลมต้องรู้!!!
          โทษของน้ำอัดลม หรือผลเสียจากการดื่มน้ำอัดลมเป็นเวลานาน

          1. ร่างกายขาดสารอาหาร
             การดื่มน้ำอัดลมจะทำให้เรารู้สึกไม่อยากทานอาหารหรือทานได้น้อยลง เนื่องจากน้ำอัดลมมีแก๊ซในปริมาณมาก จึงทำให้เรารู้สึกอิ่ม จุกเสียดแน่นท้อง หากเด็กคนไหนที่ดื่มน้ำอัดลมมากๆ ก็จะทำให้อิ่มทานอาหารมื้อหลักได้น้อย ไม่อยากกินข้าวจนร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดสารอาหารตามมา

          2. กระดูกพรุน และฟันผุ
              ในน้ำอัดลมมีกรดฟอสฟอริก ซึ่งเกิดจากฟอสฟอรัสจากกำมะถัน ในเลือดของคนเรานั้นมีสัดส่วนความต้องการแคลเซียม 2 ต่อ ฟอสฟอรัส 1 และเมื่อเราดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปจะทำให้เลือดของเรามีปริมาณฟอสฟอรัสมากเกินไป ทำให้เกิดการเสียสมดุลทำให้ร่างกายจะต้องไปดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ เมื่อกระดูกขาดแคลเซียมไปจึงทำให้เกิดเกิดภาวะโรคกระดูกผุ กระดูกพรุน กระดูกเปาะได้
              นอกจากนี้คาเฟอีนที่อยู่ในน้ำอัดลม มีผลต่อการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น ก็คือจะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมจากร่างกายจากการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น
              การที่ระดับแคลเซียมในร่างกายต่ำลง มีผลกระทบต่อความสูงของเด็ก และในสตรีวัยทองจึงง่ายต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนนั่นเอง
              ความหวานที่มีอยู่ในน้ำอัดลมมีปริมาณสูง ซึ่งเป็นตัวการที่ให้ฟันเราผุได้ เนื่องจากกรดคาร์บอนิกที่มีในน้ำอัดลมจะเข้าไปทำลายสารเคลือบฟัน สารเคลือบฟันจะถูกทำลาย และน้ำตาลในน้ำอัดลมเป็นแหล่งอาหารของเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันสึกกร่อนลงได้แล้ว

          3. เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและโรคเบาหวาน
             ปริมาณน้ำตาลที่เราควรรับประทานต่อวันคือ 24 กรัม แต่น้ำอัดลม 1 กระป๋อง 325 cc. เท่ากับน้ำตาลประมาณ 12 ก้อน/ช้อนชา (1 ขวด 500 cc. ประมาณ 18 ก้อน/ช้อนชา หรือ 1 แก้วใหญ่ในร้านสะดวกซื้อ เท่ากับน้ำตาลประมาณ 40 ก้อน/ช้อนชา) หรือ ชาเขียว 1ขวด เท่ากับน้ำตาลประมาณ 13 ก้อน/ช้อนชา หรือ เครื่องดื่มชูกำลัง เท่ากับน้ำตาลประมาณ 8 ก้อน/ช้อนชา
             เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำอัดลมมากเกินไป อาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเพราะได้รับปริมาณน้ำตาลเข้าไปในร่างกายมากเกินไป จะส่งผลให้มีน้ำหนักตัวมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

          4. ระบบย่อยอาหารไม่ดี
             การดื่มน้ำอัดลมมากเกินไป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อัดในน้ำอัดลมเมื่อรวมกับน้ำ จะกลายเป็นกรดคาร์บอนิก ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย แน่นและจุกเสียดท้อง เป็นโรคกระเพาะ เกิดอาการปวดท้อง ทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และปวดท้อง  (ซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก) และสำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะยิ่งไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้อาการของโรคเป็นหนักขึ้น

          5. นอนไม่หลับ ใจสั่น มือสั่น เนื่องจากฤทธิ์ของคาเฟอีนที่เป็นองค์ประกอบในน้ำอัดลมไปกระตุ้นระบบประสาทนั่นเอง
             คาเฟอีนในน้ำอัดลมซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีปริมาณคาเฟอีนสูงมากไม่น้อยเช่นกัน หากดื่มในเวลาใกล้จะนอนหรือตอนกลางคืน คาเฟอีนจากน้ำอัดลมจะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า สดชื่นได้เช่นเดียวกัน ส่งผลให้เรานอนหลับยากไปด้วยนั่นเอง

             การเลือกน้ำดื่มสะอาด และปลอดภัย  เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก น้ำดื่มที่ดี สะอาด ปลอดภัย และต้องมีแร่ธาตุ น้ำดื่มอัลคาไลน์ เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย

สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเองมากมายนัก เราขอแนะนำให้ดื่มน้ำที่มีความเป็นด่าง (Alkaline) เพื่อช่วยปรับสมดุล ปรับสภาพร่างกาย และสร้างความเป็นด่างให้ เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกายอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ
น้ำดื่มที่ดี ต้องมีแร่ธาตุ
  • แมกนีเซียม ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
  • แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง
  • โปแตสเซียม ควบคุมความสมดุลของสภาวะกรด-ด่างในร่างกาย
  • สังกะสี ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง
น้ำดื่มที่ดี ต้องมีแร่ธาตุ
GIFFARINE CRYSTAL
กิฟฟารีน คริสตัล

Extra Pure Alkaline
เอ๊กซ์ตร้า เพียว อัลคาไลน์

ALKALINE COMPACT
อัลคาไลน์ คอมแพค

SAFE PLUS ALKALINE
เซฟ พลัส อัลคาไลน์

GIFFARINE PURIMAG
เหยือก เพียวรีแมก

MAGNESIUM I-D
น้ำแมกนีเซียม ไอ-ดี

Nothing is more important than your family!
ไม่มีอะไรสำคัญกว่าครอบครัวของคุณ!
ชัยวัฒน์ ทวีวิวัฒน์กุล Line
Tel: 062-497-5450, 087-752-2059